โปรแกรมบอลวันนี้ กลับมาลงเล่นนัดแรกเป็นที่เรียบร้อยนะครับ สำหรับว่าที่แชมป์อย่าง ลิเวอร์พูล พวกเขาโคจรมาทำศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมชต์ พบกับ เอฟเวอร์ตัน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ผลปรากฏว่าเกมจบลงที่การเสมอกัน 0-0 โดยที่ทัพ หงส์แดง ได้ครองบอลเยอะกว่า แต่ก็ไม่ได้มีโอกาสทองมากนัก ขณะที่ เอฟเวอร์ตัน เกือบได้ ประตูจากการยิงชนเสา

ในเกมดังกล่าว ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีก สมัยลส่าสุด ดูฝืดไปอย่างชัดเจนนะครับ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะสภาพตัวผู้เล่นเองก็ไม่ได้สมบูรณ์เต็มที่ ไม่มีทั้ง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ อยู่ในสนาม

การไปเยือนถิ่น กูดิสัน พาร์ค มันก็ไม่ได้เป็นงานง่ายอะไรอยู่แล้ว ตั้งแต่ไหนแต่ไร การบุกเอา 3 คะแนนที่นี่ ก็ไม่ได้มีบ่อยๆ ถ้าเล่นในบ้านก็ว่าไปอย่าง ยิ่งมาเจอกุนซืออย่าง คาร์โล อันเชล็อตติ ด้วย

อาจจะดูว่าทีมว่าที่แขมป์ พรีเมียร์ลีก ประจำฤดูกาลนี้ ยังมีข้อโต้แย้ง ที่จะหาสาเหตุได้ว่าทำไมทีมถึงไม่ชนะ เอฟเวอร์ตัน แต่ถ้าเรามองย้อนกลับไปในช่วงที่ผ่านๆ มาก่อนหน้านี้ มันก็มีสัญญาณแปลกๆ นะครับ

วันนี้เรามาหาจุดที่น่าสงสัยกันดีกว่า กับสาเหตุที่ทำให้คิดได้ว่าพวกเขาดร็อปลงจากเดิม แล้วให้ทุกๆ คนหาคำตอบกันเอาเอง ว่าตอนนี้ ลิเวอร์พูลนั้นฟอร์มตกไปจริงๆ แล้วหรือยัง

แม้จะคว้าแชมป์ได้สำเร็ต แต่.. ลิเวอร์พูล กำลังฟอร์มตกหรือเปล่า ?

1. มิติในเกมบุกน้อยลง

ไม่ใช่แค่เกมที่พวกเขาเสมอกับ เอฟเวอร์ตัน นะครับ ก่อนหน้านี้อีกหลายๆ เกม ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ นั้นมีเกมรุกที่มักจะใช้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เป็นคนที่ครอสบอลจากด้านขวาเพื่อเข้าทำเป็นส่วนใหญ่

แต่การบุกแนวอื่นไม่ว่าจะเป็นการเจาะจากตรงกลาง เล่นบอลทำชิ่ง หรือเปิดบอลจากแดนหลัง แม้แต่การใช้ความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะภายในทีม ก็น้อยลงไปเช่นกัน

ไอเดียในเกมบุกของพวกเขามีน้อย จนบางที่มันส่งผลกับทีมที่เล่นเกมรับได้อย่างดี อย่างในการพบกับ แอตเลติโก มาดริด นั้นจะเห็นได้ชัดที่สุด เพราะทีม “ตราหมี” นั้นเด่นชัดเรื่องการเล่นตั้งรับอยู่แล้ว

ถ้าไล่ย้อนไปดูเกมที่ผ่านๆ มา พวกเขาไม่ได้เป็นทีมที่ยิงประตูได้ถล่มทลายนะครับ ส่วนหนึ่งก็มาจากเกมบุกที่เหมือนจะเน้นการเปิดบอลของแบ็กขวาลูกหม้อรายนี้

ในเมื่อบอลมันเหลืออยู่เพียงมิติเดียว มันก็ทำให้คู่แข่งจับทาง และหาทางป้องกันได้ง่าย เราจึงเห็นได้ว่าคู่แข่ง มีหือมีอือมากขึ้น

แต่เกมรับของพวกเขายังเป็นสิ่งที่ไว้ใจได้ 3 แต้มจึงไม่ค่อยเป็นปัญหาสักเท่าไหร่ แต่ถ้าวันไหนพลาดขึ้นมา ก็จะพ่ายแพ้เหมือนในช่วงก่อนพักเบรก โควิด-19 ไปนั่นแหละ

บทความแนะนำ


2. ความอันตรายของ 3 กองหน้า

โมฮาเหม็ด ซาล่าห์, ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ เป็นสามประสานที่ยอดเยี่ยม และถือว่าเป็นตัวรุกแถวหน้าของโลกเลยนะครับ แต่เหมือนกับว่าช่วงหลังๆ ก็ฟอร์มตกลงไปเหมือนกัน

เราจึงเห็นว่ามันก็ไปสอดคล้องกับข้อแรก นั่นคือการที่เกมบุก จะเหลือแค่การเปิดป่ายของ เทรนท์ เพียงอย่างเดียว ซึ่งถ้าดักทางดีๆ ประกบแบ็กจอมเก่งให้อยู่ โอกาสเก็บคะแนนจากทีมแชมป์ยุโรปก็มีสูง

มาเน่ ตั้งแต่หายเจ็บกลับมา ก็ไม่มีชีวิตชีวาเหมือนเคย เช่นเดียวกับ ฟีร์มิโน่ ที่ลีลาการเลี้ยงกินตัวคู่แข่งก็น้อยลงเช่นกัน จะหวังพึ่งได้ก็คงจะเป็น ซาล่าห์ แต่ก็ห่วงยิงเยอะไปหน่อย


3. ตัวสำรองไม่มีทีเด็ด

ตั้งแต่ต้นฤดูกาล มาจนถึงนัดที่ 30 ของซีซั่น ใครติดตาม ลิเวอร์พูล มาตั้งแต่ต้น จะเห็น 3 กองหน้านั้นลงสนามแทบจะทุกเกม คือถ้าไม่ได้มีปัญหาติดโทษแบน หรือบาดเจ็บ หรือไม่ฟิต ก็จะได้เห็นพวกเขาลงสนามอย่างแน่นอน

เข่นเดียวกับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวเก่งที่ได้ลงเล่นทุกนัด ถ้าไล่เรียง 11 ผู้เล่นตัวจริงของพวกเขา ก็จะเป็นดังนี้ (หากไม่มีใครเจ็บ, แบน)

ผู้รักษาประตู อลิสซอน, กองหลัง เทรนท์, ฟาน ไดค์, โจ โกเมซ, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน มิดฟิลด์ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินโญ่ ไวนัลดุม, ฟาบินโญ่ กองหน้า ซาล่าห์, มาเน่, ฟีร์มิโน่

นี่คือตัวผู้เล่นที่เห็นกันมาตลอด และเป็นชุดที่ดีที่สุดของทีม อาจจะ สับเปลี่ยนบ้างบางตำแหน่ง ซึ่งในจุดที่เป็นคีย์แมน กลับไม่มีตัวเลือกดีๆ ให้เปลี่ยนเลย

3 กองหน้าของพวกเขา กรำศึกหนักมาตั้งแต่ซีซั่นที่แล้ว จนมาถึงนัดล่าสุด ไม่ว่าจะเป็นรายการลีก, บอลถ้วย, บอลยุโรป แม้แต่สโมสรโลก 3 คนนี้ก็ยังลงสนามแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ขณะที่ไปเทียบกับทีมอื่นๆ แม้ว่าพวกเขาจะมีแนวรุกให้ใช้จำกัด แต่ก็ต้องยอมรับว่าทีมเหล่านั้น ไม่ได้มีโปรแกรมที่เยอะเหมือน ลิเวอร์พูล ส่วนถ้าไปเทียบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เราจะเห็นได้ว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มีตัวเลือกให้ใช้เยอะแยะมากมาย สามารถสับเปลี่ยนได้ตามโอกาส

ทั้งหมดทั้งมวล เป็นเพียงแค่ข้อสันนิษฐานกับฟอร์มการเล่นของ ลิเวอร์พูล เท่านั้นนะครับ ที่ดูจะดร็อปลงไป แต่ต้องบอกว่ามันคงไม่ได้เป็นเหตุผลที่แท้จริง แบะสามารถพิสูจน์ได้อย่างนั้นจริงๆ เพราะมาจนถึงตอนนี้ ยังไงสถานการณ์ของพวกเขาก็สบายๆ อยู่แล้ว

พูดง่ายๆ ว่ามันคงจะไม่ได้มีปาฏิหารย์อะไร มาทำให้พวกเขาพลาดแชมป์ได้ ตอนนี้จาก 6 แต้ม ก็เหลือขออีกเพียงแค่ 5 คะแนนเท่านั้น คะแนนก็ห่างกันถึง 20 แต้ม ให้ นอริช รอดตกชั้น ยังลุ้นง่ายกว่า

และการกลับมาจากพักล็อกดาวน์ยาวๆ เพิ่งกลับมาได้เพียงนัดเดียว มันก็คงไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกได้ถึงขนาดนั้น ว่าพวกเขาจะไม่สามารถเรียกฟอร์มที่ร้อนแรงกลับมาได้ ของอย่างงี้ มันก็ต้องดูกันต่อไป


เพียงแต่มันก็น่าเป็นห่วงว่าถ้าพวกเขาไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งกลับมาได้ มันจะลำบาก…ไม่ได้หมายถึงฤดูกาลนี้หรอกนะครับ แต่เป็นซีซั่นหน้ามากกว่า หลายๆ ทีมนั้นพร้อมที่จะมาแย่งบัลลังก์จากพวกเขามากมาย การป้องกันแชมป์ นั้นยากกว่าเสมอ วลีนี้เกิดขึ้นเสมอในเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

สมัครแทงบอลสโบ วันนี้แจ้งรับโบนัสเครดิตฟรีได้ทันที นอกจากนี้หากเป็นสมาชิกเว็บสโบเบทเรียบร้อยแล้วยังสามารถรับโปรโมชั่นได้ถึง 11 รายการ