ชั่วโมงนี้คงไม่มีข่าวบอลไหนจะฮอตสำหรับแฟนบอลชาวไทยไปกว่าแมตซ์ที่ ไทยชนะยูเออีสามารถเก็บ3คะแนนสำคัญในเกมที่เปิดประเทศรับการมาเยือนของสหรัฐอาหรับอมิเรสทีมสุดแกร่งแห่งแดนอาหรับได้สำเร็จ ที่แม้ว่าสกอร์ 2-1 อาจจะไม่ได้ดูอะไรมาก แต่ต้องบอกเลยว่ารูปเกมดูแล้วน่าตื่นตาตื่นใจสุดๆ ไปดูกันเลยดีกว่าว่า

ไทยชนะยูเออี ชัยชนะล่าสุดบอกอะไรกับเราได้บ้าง!

1.วางแผนมาดี

อากิระ นิชิโนะ ผู้จัดการทีมชาติไทยไม่ได้มีการปรับระบบผู้เล่น จากแมตซ์อุ่นเครื่องที่เจอคองโกมากนัก เพียงแค่เปลี่ยนผู้เล่นตัวจริง2รายเท่านั้น ส่งผลให้นักเตะในทีมมีความเข้าขาและเข้าใจในแผนเป็นอย่างดี ซึ่งทำให้ช้างศึกเค้นฟอร์มเก่งกล้าเล่นกล้าทำ กดดันการเล่นของทีมเยือนได้เกือบตลอดทั้งเกม ซึ่งหากใครได้ชมการแข่งขันจะเห็นได้ว่ารูปเกมของเจ้าบ้านนั้นดีกว่าชัดเจน

2.เจาะถูกจุด

ในเกมนี้ไทยได้ประตูจากลูกครอสริมเส้นทั้งสองลูก โดยลูกแรกเกิดขึ้นจากเอกนิษฐ์เปิดให้ธีรศิลป์ ขึ้นโขกแบบเน้นๆ และลูกที่สองเป็นนิติพงษ์บรรจงเปิดด้วยขวา ให้เจ้าบุ้คแปรไปที่เสาสองเป็นประตูชัยไปอย่างสวยงาม อย่างไรก็ตามทีมชาติไทยเองการพลาดท่าเสียประตูจากลูกครอสริมเส้นเช่นกัน การพัฒนาเกมรับเพื่อป้องกันเกมบุกจากด้านข้างจึงอาจเป็นจุดที่นิชิโนะต้องรีบปรับปรุงอย่างเร่งด่วนหากคิดจะคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย

3.การจบสกอร์ยังไม่คมพอ

แม้จะทำได้ 2 ประตูและเก็บ 3 คะแนนเต็มได้สำเร็จ แต่ต้องยอมรับว่าเกมนี้ไทยมีโอกาสจะทำประตูออกห่างฝั่งทีมเยือนหลายต่อหลายครั้ง แต่กลับไม่สามารถแปรเปลี่ยนให้เป็นประตูได้ทั้งๆ ที่เป็นฝ่ายครองเกม ครองบอลอยู่ตลอด จังหวะที่น่าจะทำได้กลับไม่เฉียบคมพอ ทำให้แฟนบอลต้องลุ้นกันไปถึงช่วงทดเวลา

4. ทีมเวิร์คของนักเตะ

นอกจากรูปเกมและระบบโดยรวมจะดีขึ้นมากแล้ว สิ่งที่ทีมชาติไทยภายใต้การคุ้มทีมของนิชิโนะทำได้ดีขึ้นแบบผิดหูผิดตาเลยก็คือเรื่องทีมเวิร์ค โดยหลังจบเกมนิชิโนะได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า “ผมคงไม่สามารถบอกได้ว่า ใครเล่นได้ดีที่สุด เพราะคอนเซปต์ของทีมเราคือการเล่นเป็นทีม อยากให้ทุกคนช่วยกันวิ่งช่วยกันยิง เราไม่ควรยึดติดกับใครคนใดคนหนึ่ง ทุกคนต้องช่วยเหลือกัน เพื่อผลลัพธ์ที่เราต้องการ”


สรุปสถานการณ์ล่าสุดตอนนี้ไทย นำเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม G ร่วมกับเวียดนาม โดยมี 7 คะแนนเท่ากัน แต่ลูกได้เสียดีกว่า โดยเกมต่อไปไทยมีคิวออกไปเยือน มาเลเซีย ในวันที่ 14 พฤศจิกายน และเยือน เวียดนาม ในวันที่ 19 พฤศจิกายนตามลำดับ! ติดตามข่าวทีมชาติไทยล่าสุดไว้กว่าใครต่อได้ที่ cheerthai.co

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here