เป็นเรื่องที่ไม่กล่าวถึง หรือ จะไม่ให้เขียนถึงเลย คงอกแตกตายแน่ๆ ในฐานะสื่อกีฬา ฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปียนส์ลีก ค่ำคืน ประวัติศาสตร์ ความทรงจำ ของทีมจากอังกฤษ เป็น 2 คืนที่หลายคน คงนอนไม่หลับ หลังจากตามลุ้น ตามเชียร์ทีมรัก มาติดๆกันในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา

ในเกมแรก ของรอบรองชนะเลิศ รายการถ้วยใบใหญ่ที่สุดของยุโรป ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก ผลของคู่แรก บาร์ซ่าเปิดบ้านอัดลิเวอร์พูลยับ 3-0 ส่วนอีก 1 คู่ อาแจ็กซ์เอาชนะทีมเจ้าถิ่นสเปอร์ได้ 1-0

ซึ่งเมื่อดูผลจากเกมแรกแล้ว คู่แรกยักษ์ใหญ่แดนกระทิงดุ คงเข้ารอบแน่นอนแบบ 100% ส่วนคู่ที่ 2 ทางด้านสเปอร์ยังคงพอมีความหวัง ยังมีโอกาส แต่เสียเปรียบอยู่หน่อยๆ ไม่ง่ายแน่ๆถ้าจะไปบุกเอาชนะทีมจากแดนกังหันลม

ฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปียนส์ลีก พลิกนรก ด้วยความใจสู้ ของทีมจากพรีเมียร์ลีก

เรามาดูกันที่คู่แรก ลิเวอร์พูล ได้กลับมาเล่นในสนามเหย้าของตนเอง แอนฟิลด์ ซึ่งนักเตะทุกคนในโลกนี้รู้ดีว่าสนามแห่งนี้เป็นสนามที่มีเสน่ห์ และ มีมนต์ขลังขนาดไหน ความบ้าคลั่ง เสียงของแฟนบอลเจ้าถิ่น เพลงปลุกใจ ล้วนแล้วแต่เป็นองค์ประกอบที่น่าเกรงขามสำหรับผู้มาเยือน

โจทย์วันนี้ของเจ้าถิ่นคือต้องยิงคืนให้ได้ 3 ลูก และไม่เสียประตู หรือ ถ้าต้องการเข้ารอบทันทีต้อง ยิง 4 ลูก หากมีใครบอกว่าลิเวอร์พูลจะทำได้ คงมีแต่คนบอกเพ้อเจ้อ บ้าบอ ทีมคู่แข่งคือ บาร์ซ่านะเว้ย.!

แล้วคำคืนแห่งปาฎิหารย์ก็เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เมื่อทางด้านทีมเจ้าถิ่น สามารถเก็บชัยชนะเหนือบาร์เซโลน่าได้ในถิ่น ตัวเอง 4-0 พลิกสถานการณ์ผ่านเข้ารอบไปแบบน่าเหลือเชื่อ ชนิดที่เรียกว่า ตายแล้วเกิดใหม่

ฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปียนส์ลีก ทีมไหนจากอังกฤษ จะสร้างประวติสาสตร์ได้สำเร็จ

สิ่งที่นักเตะของเจอร์เก้นคร็อปป์ แสดงออกมาในสนาม คือการวิ่งบด วิ่งบี้ แบบไม่มีเหนื่อย ตลอด 90 นาที ไม่มีคำว่ายอมแพ้ มันคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ มากกว่าชัยชนะที่ได้รับ จบเกมนักเตะระดับโลกอย่างเมสซี ชัวเรส และคนอื่นๆ ของทีมบาร์ซ่า ยังคงมึงงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น สุดท้าย ลิเวอร์พูลเข้าไปรอชิงแชมป์

อีกคู่หนึ่งที่เตะกันเมื่อคืน ก็ดูแล้วเกมนี้คงไม่น่าจะมีดราม่าเหมือนกับคู่เมื่อวาน อยู่ที่แผนการเล่น ใครจะเล่นได้ดีกว่ากัน อย่างที่บอกไว้ตอนแรกมาเล่นในถิ่นอาแจ็กซ์ คงไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน เริ่มเกมได้ไม่นาน เจ้าถิ่นได้ประตูนำ 1-0 ประตูรวมคือ 2-0 งานยากขึ้นอีกสำหรับผู้มาเยือน

แล้วฝันร้ายอีกระลอกก็มาในนาทีที่ 35 เจ้าถิ่นยิงขึ้นนำ 2-0 ประตูรวมกลายเป็น 3-0 สถานการณ์ตอนนี้ต้องยิงให้ได้ 3 ลูกเท่านั้น ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะนี่คือถิ่นของอาแจ็กซ์ จบครึ่งแรกไม่มีสกอร์เพิ่มเติม เหลือเวลาอีก 45 นาที ในครึ่งหลัง

งานนี้ยากมาก ทีมที่จะเข้าไปชิงกับลิเวอร์พูลคงเป็นอาแจ็กซ์แล้วแน่นอน แต่แล้วจุดเริ่มต้นของค่ำคืนมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นในทีที่ 54 ของการแข่งขัน เมื่อทีมเยือนตีประตูคืนมาได้ 1 ลูก และยังเป็นฝ่ายเล่นเกมบุกอย่างต่อเนื่อง ประตูรวมตอนนี้เป็น 3-1

หลังจากที่ยิงคืนมาได้ ทางทีมเยือนก็โหมบุกต่อเนื่อง และ ความพยายาม การไม่ยอมแพ้ ก็สนองตอบอีกครั้งหลังจากนั้นเพียง 4 นาที คนเดิม ลูคัส มูรา ซัดลูกที่ 2 ให้ตนเองและให้ทีม สกอร์ในเกมนี้เป็น 2-2 ประตูรวม 3-2 ถ้าจบแบบนี้ทีมจากอังกฤษตกรอบ

ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเล่นเกมบุกสำหรับลูกทีมของโปเช็ตติโน บุกแล้วบุกอีก วิ่งสู้ฟัดกันเต็มที่ ก็ยังไม่สามารถยิงประตูเจ้าถิ่นได้ ครบ 90 นาที เข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ กรรมการทดให้ 5 นาที ผ่านไปจนเกือบครบเวลาช่วงทดเจ็บ เป็นโอกาสบุกครั้งสุดท้าย สิ่งที่เรียกว่าปาฎิหารย์ ก็เกิดขึ้นอีกครั้ง

แฮตทริก ลูกที่ 3 ของเขา ลูคัส มูร่า ยิงได้ในช่วงวินาทีสุดท้ายของการแข่งขันเลยก็ว่าได้ ทำให้ทีมเยือนสเปอร์แซงชนะ 3-2 ในเกมนี้ ประตูรวม 3-3 เข้ารอบต่อไปด้วยกติกาประตูทีมเยือน เป็น 2 ค่ำคื่นที่ต้องจดจำสำหรับแฟนบอล

ใครที่พลาดบอกเลยว่าคุณพลาดเกมระดับตำนาน ทำให้นัดชิงรายการยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก ปีนี้ เป็น 2 ทีมดังจากอังกฤษ ที่จะเข้าไปเจอกันเองในวันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here