ฟันธง รางวัล พีเอฟเอ ถ้ายังพอจำกันได้ ช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีโผคาดเดารายชื่อผู้เล่นยอดเยี่ยม พีเอฟเอ ออกมา ซึ่งตรงกับรายชื่อจริงเพียงแค่ 3 รายเท่านั้น คือ เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และ เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ ส่วน โมซาลาห์ และ ปอล ป็อกบา ไม่มาตามนัด

พีเอฟเอ อวอร์ดส์
จำกัดความอย่างรวดเร็ว พีเอฟเอ อวอร์ดส์ คือรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมที่สมาชิกสหภาพผู้เล่นใน พรีเมียร์ลีก โหวตให้กับคนที่มีผลงานสะดุดตาโดนใจในฤดูกาลล่าสุด

เจ้าของรางวัลปีที่แล้วคือ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จาก ลิเวอร์พูล ปีนี้ผลงานของเขาก็ยังเข้าตา แต่หลุดโผไปเพราะมีคนอื่นในทีมที่โดดเด่นขึ้นมา ถึงอย่างนั้นคนที่ไม่อยู่ในรายชื่อก็ไม่ได้แปลว่าไม่ดี ทุกคนล้วนมีความดีในแบบต่างๆ แต่นี่คือผู้ที่โดดเด่นซึ่งคนจำนวนมากลงความเห็นแล้ว

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง

จากดาวรุ่งอนาคตไกลของ ลิเวอร์พูล สู่แช้งที่เติบโตจนเป็นต้นแบบของนักเตะรุ่นน้องในวัยไล่เลี่ยกัน สเตอร์ลิ่ง แสดงให้เห็นว่าเขาคือกำลังสำคัญสำคัญของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยิงประตูทุก 90 นาที เป็นรอเพียงแค่ เซร์คิโอ กุน อเกวโร่ เพื่อนร่วมทีม และหลายประตูที่ทำได้ก็น่าทึ่งมากๆ

นอกจากฝีเท้า ความเป็นมืออาชีพและการแสดงตัวเมื่อครั้งที่โดนเหยียดผิวก็ทำให้เขาเอาชนะใจแฟนๆ ทีมตัวเองและทีมคู่แข่งได้อีกไม่น้อย เท่านั้นไม่พอ ผลงานขงเขาไม่ได้ดีแค่กับสโมสรแต่ดีต่อเนื่องถึงทีมชาติอังกฤษ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาสมบูรณ์แบบ เขามีความผิดพลาดอยู่บ้าง แต่การเคลื่อนไหว การสับเท้า ความเร็วและทักษะของเขามีมากกว่า

หากใครได้ติดตามเกมล่าสุดที่ แมนฯ ซิตี้ เปิดบ้านถอนแค้น ท็อตแน่ม ในลีกหลังจากต้องพ่ายตกรอบ แชมเปี้ยนส์ ลีก 3-4 วันก่อนหน้านั้น ประตูของ สเตอร์ลิ่ง มีความคล้ายคลึงกับประตูที่ ลโอเนล เมสซี่ ยิงใส่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในรายการเดียวกัน และมีผู้เชี่ยวชาญหลายคนคาดว่ารางวัลจะเป็นของเขาในปีนี้

เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์

เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์

ปราการหลังชาวดัตช์คือตัวจบปัญหาที่ ลิเวอร์พูล เผชิญมาอย่างยาวนาน หลังหลวม เสียประตูที่ไม่ควรเสียบ่อยครั้ง โดยเฉพาะลูกกลางอากาศ มันละลายหายไปทั้งหมดแล้ว ถ้าไม่เชื่อก็ขอให้ดูตัวเลข 153 จาก 200 คือจำนวนครั้งที่ ฟาน ไดจ์ สามารถดวลกลางอากาศและเอาชนะคู่แข่ง มากที่สุดในบรรดากองหลังระดับท็อป 6

การมีผลงานสม่ำเสมอหมายถึงเล่นดีตั้งแต่เกมแรก และเขาได้ลงสนามเป็นตัวจริงทุกนัด มีแค่เกมเดียวในการเจอ เซาธ์แอมป์ตัน เมื่อเดือนกันยายน 2018 ที่โดนเปลี่ยนออกในนาทีที่ 55 เพราะอาการเจ็บเล็กน้อย แต่อีก 33 นัดที่เหลือ เขาลงเล่นเต็ม 90 นาที

มากกว่าความสามารถส่วนตัว ความเป็นผู้นำเมื่อ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ เจมส์ มิลเนอร์ ไม่ได้ลงเล่นก็ยอดเยี่ยม เยือกเย็น เมื่อต้องประกบแข้งความเร็วสูงอย่าง มุสซ่า ซิสโซโก้ หรือ ซน ฮึง มิน ก็เอาอยู่

เซร์คิโอ กุน อเกวโร่

เซร์คิโอ กุน อเกวโร่

นอกจากรางวัล พีเอฟเอ รางวัลดาวซัลโวก็เป็นอีกรายการที่ “เอล กุน” มีลุ้น ลงเล่น 29 เกมใน พรีเมียร์ลีก แต่ยิงไปแล้ว 19 ประตู เท่ากับ โม ซาลาห์ ที่ลงเล่น 34 นัด และค่าเฉลี่ยประตูต่อนาทีของเขาสูงที่สุดที่ 79 นาทีต่อการยิงหนึ่งครั้ง นอกจากเป็นเครื่องจักรทำประตู เขายังมีความสามารถรอบด้าน แต่เขาไม่เคยได้รางวัลนี้สักครั้ง เพราะดูเหมือนว่าเขาไม่ได้ทำดีอย่างที่ความสามารถของเขามีอยู่

ว่ากันตามตรง ใครที่ได้ชมเกมบ่อยๆ จะรู้สึกว่าดาวยิงอาร์เจนไตน์มีความสามารถมากมาย หลากหลาย ไม่ใช่คนล้มง่าย เมื่อบุกเข้าเขตโทษก็พยายามจะลุยฝ่าไปให้ได้ และเขาควรยิงประตูเป็นกอบเป็นกำ มีรางวัลดาวซัลโว 2-3 สมัยซ้อน แต่ไม่รู้อะไรพาเขาไปไม่ถึงตรงนั้น

แบร์นาโด ซิลวา

แบร์นาโด ซิลวา

แฟนๆ จำนวนไม่น้อยอาจมองว่า แบร์นาโด้ เป็นม้ามืด แต่ 27 เกมในลีกที่ลงเล่นนั้น ช่วยทีมให้ชนะได้ถึง 25 เกม ไม่มีผู้เล่นคนไหนในทีมที่ส่งผลกับเกมได้เท่านี้ ด้วยความขยัน ทำงานหนักไม่ว่าจะได้บอลหรือไม่ได้บอล เพราะเมื่อเสียบอล เขาก็พยายามเอามันคืนมาให้ได้

ฟอร์มของเขาน่าจะเหนือกว่า ริยาด มาห์เรซ อยู่เล็กน้อย แต่ด้วยค่าตัวไม่แพงเท่า และมุมมองบางอย่างของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ทำห้บางครั้งเขาไม่ได้เป็นตัวจริง บวกกับการมีสตาร์ล้นทีมทั้ง ดาบิด ซิลบา, กุน อเกวโร่, เควิน เดอ บรอยน์, ซาดิโอ มาเน่ เขาจึงโดนบดบังรัศมีอยู่บ่อยๆ

แบร์นาโด้ ก็ไม่ต่างอะไรจากคนปิดทองหลังพระ เขาสร้างสรรค์เกมได้ดี และมีสายตาแหลมคม ตื่นตัว เฝ้าหาจังหวะการทำประตูที่ดีอยู่เสมอ ไม่แปลกที่จะได้รับการยกย่องให้มากกว่าที่เป็นอยู่

ซาดิโอ มาเน่

ซาดิโอ มาเน่

โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, โมซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ คือแนวรุกที่ลงตัวอย่างยิ่งของ ลิเวอร์พูล พวกเขามีความสำคัญไม่แพ้กัน และยิงประตูได้ใกล้เคียงกัน 12, 19 และ 18 ประตู รวมกันแล้วเกินครึ่งของที่ยิงได้ 77 ประตูตลอด 34 เกมที่ผ่านมา ซีซั่นที่แล้วเป็นปีของ ซาลาห์ ก็น่าจะไล่ลำดับมาที่ ซาเน่ บ้าง

18 ประตูของเขาไม่มีจุดโทษเจือปนแม้แต่ลูกเดียว จุดเด่นของเขาคือความเร็ววูบวาบ สิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาจากเมื่อปีก่อนคือความแม่นยำ เขายิงได้เกินค่าเฉลี่ยของ 2 ฤดูกาลก่อนรวมกัน และดูเหมือนจะรับหน้าที่ทำประตูเพิ่มขึ้นกว่าเดิม เหมาะสมที่จะได้รับการยกย่องไม่แพ้ ซาลาห์

เอแด็น อาซาร์

เอแด็น อาซาร์

มีพรสวรรค์ และมีสมดุล น่าจะเป็นคำนิยามที่ดีที่สุดสำหรับ อาซาร์ เขาคือผู้เล่นที่มีส่วนร่วมกับประตูมากกว่าใครใน พรีเมียร์ลีก ยิง 16 จ่าย 12 ประตู และเป็นนักเตะที่น่าดู ดูแล้วเพลินตา เป็นคนแบกทีมอย่างแท้จริง แถมยังเคยได้รับรางวัลนี้มาแล้ว ถ้าจะได้อีกสักครั้งก็ไม่แปลก แต่เขาจะได้มันก็ต่อเมื่อผลงานในตารางของทีมดีกว่านี้ หรือมีแชมป์ติดมือสักรายการในฤดูกาลนี้ ซึ่งตอนนี้ เชลซี มีลุ้นแค่ ยูโรปา ลีก เท่านั้น

ผู้ชมไม่น้อยพยายามเปรียบเทียบพรสวรรค์ของ อาซาร์ กับ ลิโอเนล เมสซี่ สิ่งเดียวที่แตกต่างก็คือ บาร์เซโลน่า ยังพอไปได้โดยไม่มีดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์ แต่เมื่อไรที่ เชลซี ขาด อาซาร์ นั่นคือหายนะ หรือแค่ฟอร์มของแข้งตัวหลักตกมาตรฐาน ทีมก็ชนะได้ยากแล้ว ล่าสุด อาซาร์ตกเป็นเป้าล่าตัวของเรอัลมาดริดและดูเหมือนเขาอยากไปเล่นที่นั่นด้วนตามความฝัน

ฟันธง รางวัล พีเอฟเอ รายชื่อที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เรียงตามลำดับตัวเต็งจากบ่อนรับพนันถูกกฎหมายในอังกฤษ เต็งจ๋ามาคนแรกไปจนถึงลำดับสุดท้าย ซึ่งมันก็เป็นเพียงการคาดเดาที่มีความเป็นไปได้ แล้วใครจะได้รับรางวัลนี้ วันที่ 28 เมษายน 2019 เราจะได้รู้กัน